SERVICES

แปลงเพศ > แปลงเพศ

แปลงเพศทีมศัลยแพทย์ จากโรงพยาบาล จุฬา การผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงแบ่งออกเป็น 3 วิธี แบบแรกคือการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย, แบบต่อมาคือ การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย ร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ และแบบสุดท้ายคือ การใช้ลำไส้เพื่อสร้างเป็นช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย ร่วมกับลำไส้ ซึ่งคนไข้แต่ละรายจะได้รับการผ่าตัดโดยวิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการวินิจฉัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขั้นตอนการ “ผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง” การสร้างช่องคลอดเทียม แพทย์จะตัดต่อท่อปัสสาวะที่ยาวให้สั้นลง ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และสามารถนั่งปัสสาวะได้ จากนั้นทำการเปิดช่องเพื่อสร้างช่องคลอดเทียม โดยผ่าตัดเปิดผิวหนังให้เป็นช่องที่กว้างและลึกพอสมควร จากนั้นทำการดึงผิวหนังจากบริเวณอวัยวะเพศชายไปกั้นเป็นผนังช่องคลอด และตัดแกนองคชาตออก โดยความลึกของช่องคลอดจะขึ้นอยู่กับความยาวของอวัยวะเพศชายเดิมด้วยเช่นกัน ตกแต่งรูปร่างแคมนอกและแคมใน ให้เหมือนของอวัยวะเพศหญิงมากที่สุด ตกแต่งประสาทรับความรู้สึก โดยแพทย์จะเก็บเส้นเลือดและเส้นประสาทรับรู้ไว้ และสร้างเป็นปุ่มคลิตอริส (Clitoris) ที่เพิ่มจุดสัมผัสรับรู้ทางเพศ การดูแลหลังการผ่าตัดแปลงเพศ คำแนะนำหลังผ่าตัดแปลงเพศ ควรลดอาหารที่กระตุ้นการขับถ่าย เช่น อาหารกากใยสูงและนม ทำความสะอาดช่องคลอดด้วยน้ำยาป้องกันและฆ่าเชื้อโรค หรือน้ำเกลือล้างแผล วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และวันละ 1 ครั้ง หลัง 1 เดือน (จนถึงประมาณ 6 เดือน) ทาขี้ผึ้งบริเวณแผล รูเปิดท่อปัสสาวะ และคลิทอริสทุกครั้งหลังอาบน้ำ หลังผ่าตัดในระยะแรก ควรนอนในท่าที่ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกัน โดยอาจใช้ผ้าห่มหรือหมอนกั้นกลางไว้ขณะที่หลับ และสามารถลุกเดินได้หลังผ่าตัด 5 วัน ป้องกันไม่ให้ช่องคลอดตีบตัน ด้วยการใส่วัสดุขยายช่องคลอดเทียม โดยเริ่มจากขนาดเล็กๆ ก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มความกว้างและความยาวตามลำดับ ตามคำแนะนำของแพทย์ โดยสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังการผ่าตัดประมาณ 2 เดือน หากเกิดความผิดปกติใดๆ ขึ้น แนะนำให้มาพบแพทย์ การรับประทานฮอร์โมน เพื่อคงสภาพความเป็นหญิง ให้เริ่มทานหลังการผ่าตัด 1 เดือน ค่ารักษา แปลงเพศจากชายเป็นหญิง (เทคนิคใหม่) 185,000 บาท พัก 9 คืน