SERVICES

โบท็อกซ์ > โบท็อกซ์

ฉีดโบท็อกซ์

“การฉีดโบท็อกซ์” ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน การฉีดโบท็อกซ์เป็นวิธีที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น และปรับรูปหน้า ที่ได้ผลชัดเจน ใช้เวลาไม่นาน โบท็อก คืออะไร จริง ๆ แล้ว BOTOX มีชื่อทางการแพทย์ เรียกว่า  “Botulinum toxin ” เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่สร้างจากแบคทีเรียชื่อ Clostridium การใช้โบท็อกซ์ภายใต้การดูแลของแพทย์ ในปริมาณที่เหมาะสม จะมีความปลอดภัย คนไข้ที่สนใจการฉีดโบท็อกซ์ควรทำความเข้าใจ เรื่องการฉีดโบท็อกซ์และปรึกษาแพทย์ เพื่อศึกษารายละเอียดของโบท็อกซ์ก่อนการฉีด ฉีดโบท๊อกซ์ ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
  • 1.ช่วยลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลภายใน 3-7 วัน กลไกลการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อขยับได้น้อย ริ้วรอยบนใบหน้าจึงค่อย ๆ ลดลง  โบท็อกซ์จะฉีดตรงบริเวณริ้วรอย ที่แสดงอารมณ์บนใบหน้า เช่น เส้นที่หน้าผาก ตีนกา รอยขมวดคิ้ว ช่วยให้ดูอ่อนวัยกว่าเดิม
  • 2.ช่วยปรับรูปหน้า จะเริ่มเห็นผลภายใน 1-2 เดือน กลไกการออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง เนื่องจากกล้ามเนื้อโดยปกติหากไม่ได้ขยับเขยื้อนจะค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงตามธรรมชาติ โดยฉีดตรงแนวขากรรไกร แก้ม เพื่อให้ใบหน้าเล็กและเรียวขึ้น
  • 3.ช่วยฟื้นฟูผิว การฉีดโบท๊อกซ์ร่วมกับคอลลาเจน ช่วยให้ผิวตึงกระชับ ผิวใสขึ้น ซึ่งจะไม่เกิดอันตรายในระยะยาว
  • การฉีดโบท๊อกซ์ ใช้เวลาไม่นานประมาณ 5-10 นาทีต่อจุด เมื่อฉีดเสร็จแล้ว คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  • ฉีดโบท็อกซ์ อันตรายหรือไม่ ?
  • การฉีดโบท็อกซ์ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงถาวร (ในกรณีที่เป็นโบท็อกซ์แท้ ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ไม่นับรวมโบท็อกซ์ปลอม)
  • โบท็อกซ์แท้ ที่ได้มาตรฐาน สามารถสลายเองได้100% ไม่มีสารตกค้าง มีความปลอดภัย
  • นอกจากนี้ ความปลอดภัยยังขึ้นอยู่กับฝีมือแพทย์ที่ฉีดโบท็อกซ์ หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ในขนาดและปริมาณที่เหมาะสม จะไม่มีผลข้างเคียงหรือเป็นอันตราย
  • รืออ่านข้อมูลเพิ่มเติม : [ ฉีดโบท็อก อันตรายไหม ? ] อยากสวยแต่กลัวเสี่ยง ควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนทำ
  • โบท็อกซ์ มีวิธีทำงานอย่างไร ?
  • เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไป การทำงานของโบท็อกซ์จะจับกับปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว
  • ส่งผลให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อส่วนที่ฉีด กล้ามเนื้อผ่อนคลายลง ริ้วรอยต่างๆ จะลดลง เนียนเรียบขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยใหม่
  • กรณีฉีดปรับหน้าเรียว จะทำให้กล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กลง ทำให้หน้าเรียวขึ้น
  • โบท็อกซ์ ลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังการฉีด ภายใน 3-7 วัน
  • โบท็อกซ์ หน้าเรียว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์หลังการฉีด ภายใน 1-2 เดือน
  • ฉีดโบท็อกซ์ต้องฉีดซ้ำไหม อยู่ได้นานเท่าไร
  • การฉีดโบท็อกซ์ ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร หลังการฉีดจะเริ่มเห็นผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด ความลึกของริ้วรอยเหี่ยวย่น และปริมาณกล้ามเนื้อ
  • โบท็อกซ์ จึงต้องมีการฉีดซ้ำต่อเนื่องตามระยะเวลา เพื่อให้โบท็อกซ์คงสภาพ นอกจากนี้การฉีดโบท๊อกซ์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยทำให้การฉีดโบท๊อกซ์ครั้งต่อไป อยู่ได้นานกว่าเดิม
  • 3 จุดควรระวัง : หากจะต้องการฉีดโบท็อกซ์
  • ตำแหน่งที่ 1 : เหนือหางคิ้วด้านนอก เนื่องจากเป็นจุดที่มีเส้นประสาท ควบคุมการเคลื่อนไหวของคิ้วจำนวนมาก หากฉีดโบท็อกซ์เข้าไปจะทำให้ระบบประสาทไม่ทำงาน หางคิ้วตกลง ทำให้หน้าดูเศร้า
  • จุดนี้หากมีริ้วรอย แนะนำให้แก้ด้วยฟิลเลอร์
  • ตำแหน่งที่ 2 : ริ้วรอยเปลือกตา บริเวณนี้มีเส้นประสาทที่ควบคุมการยกเปลือกตาอยู่ อีกทั้งยังเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูง จะกระทบกับระบบประสาทส่วนอื่นของลูกตา หากฉีดโบท็อกซ์ตรงนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นทันที คือ หนังตาตกอย่างชัดเจน แพทย์จึงไม่ฉีดให้กับผู้เข้ารับการรักษา แม้ว่าจะแจ้งความต้องการไปก็ตาม
  • จุดนี้หากมีริ้วรอย แนะนำให้ผ่าตัดเอาหนังตาส่วนเกินออก หรือ ฉีดฟิลเลอร์เติมเปลือกตาด้านบนได้
  • ตำแหน่งที่ 3 : มุมปากและริ้วรอยรอบปาก หากฉีดโบท็อกซ์ที่จุดนี้ จะมีผลต่อระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของมุมปาก เมื่อระบบประสาทไม่ทำงาน มุมปากก็จะตกลง ดูเหมือนคนหน้าบึ้ง และจะทำให้การพูดการยิ้มดูไม่ธรรมชาติ
  • จุดนี้หากมีริ้วรอย แนะนำให้แก้ด้วยฟิลเลอร์ปาก จะดูเป็นธรรมชาติที่สุด
  • ฉีดโบท็อกซ์ ได้บริเวณไหนบ้าง
  • บริเวณที่นิยมฉีดโบท็อกซ์ เพื่อแก้ไขรอยย่น ได้แก่ หางตา หน้าผาก ระหว่างคิ้ว บริเวณหน้าผาก จะเกิดรอยย่น เมื่อเรายักคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้วขึ้น
  • หากบางคนที่เผลอขมวดคิ้ว จะทำให้เกิดร่อยย่นบริเวณหว่างคิ้ว ส่วนตีนกาเกิดจากการยิ้ม การแสดงอารมณ์ ทำให้เกิดรอยบริเวณหางตา
  • นอกจากนี้การฉีดโบท็อกซ์ ยังช่วยในเรื่องการ “ปรับรูปหน้า” และ “ลดกราม”การฉีดโบท็อกลดกราม ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนกรามเล็กลง รูปหน้าจะเรียวขึ้น
  • “ลดปีกจมูก” จะฉีดเพื่อ ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ บริเวณด้านข้างของจมูก
  • “ลำคอ” เป็นการฉีดเพื่อ ลดรอยที่เป็นปล้องๆเส้นๆ บริเวณลำคอ
  • “ใต้ขากรรไกร” เป็นการฉีดเพื่อ ปรับในส่วนบริเวณใต้ขากรรไกรให้กระชับมากยิ่งขึ้น ลดเหนียง
  • ในส่วน “รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า” จะฉีดเพื่อ ลดการทำงานของต่อมเหงื่อ สำหรับคนที่มีปัญหามีเหงื่อออกมาก
  • “น่อง” จะฉีดเพื่อลดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ทำให้น่องดูเล็กลง ขาจะดูเรียวขึ้น
  • หลังฉีดโบท็อกซ์ ดูแลรักษาอย่างไร
  • การปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ ภายใน 30 นาทีแรก แนะนำให้บริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น ยิ้มเยอะๆ ยักคิ้ว หรือการเคี้ยว เพื่อให้โบท็อกซ์การดูดซึมดี ในบริเวณที่ฉีดและออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น
  • หลังฉีดโบท็อกซ์ 3-4 ชม. คนไข้ไม่ควรนวดหน้า เพราะการนวด จะทำให้ โบท็อกซ์ไหลไปในจุดที่ไม่ต้องการ เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เช่น รู้สึกแข็งไปทั้งใบหน้า และบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ หางคิ้วกระดก มีความรู้สึกชา ผิวช้ำ
  • ไม่ควรนอนราบ รวมทั้งงดการก้มหัวลงต่ำกว่าระดับหัวใจ และไม่ควรประคบเย็น เพราะจะขัดขวางการดูดซึมของโบท็อกซ์
  • คนไข้ควรหลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าแดงทุกชนิดเป็นเวลา 14 วัน เช่น การอบซาวน่า การตากแดด การกินอาหารเผ็ด การเข้าครัวทำอาหารเป็นเวลานาน รวมถึงการทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และงดสูบบุหรี่ 14 วัน