SERVICES

ฟิลเลอร์ > ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ Filler

ฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มผิว ด้วยสารไฮยาลูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) หรือ เรียกว่า “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและใต้ผิวหนัง
  • HA จะช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว ในจุดที่ต้องการได้รับการแก้ไข เพื่อเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น เพิ่มความเต่งตึงเนียนเรียบ ปราศจากริ้วรอย
  • เราจะใช้ ฟิลเลอร์ ในส่วนที่เป็นริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดขึ้นตามจุดต่างๆบนใบหน้าทำให้ร่องดูตื้นขึ้น และเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ให้กลับมาดูอิ่มเอิบ ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ได้อย่างชัดเจน ฟิลเลอร์แท้ สามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ
  • และยังสามารถนำ “ฟิลเลอร์ ” มาช่วยในการแก้ไขในปรับแต่งรูปหน้าได้อีกด้วย เช่น ฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ตื้นขึ้นคนไข้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ทำให้แก้มตอบลงหรือกระดูกยุบตัวลง ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน แม้กระทั่งการนำฟิลเลอร์มาใช้ในการบำรุงผิวให้กระชับเปล่งปลั่ง หรือ ฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปาก หรือ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น
  • ฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?
  • การฉีดฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน และขณะนี้มีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ หลายรุ่น สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ซึ่งเป็นสาร HA (Hyaluronic acid) 100% ฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง โดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ ก็จะมีความปลอดภัยสูง
  • หากมีการใช้สารอื่นแทนฟิลเลอร์ เช่น ซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ปลอม ก็อาจจะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดและเป็นอันตรายได้ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการทำฟิลเลอร์ กับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ  และฟิลเลอร์ไม่มีมาตรฐาน
  • ไม่กล้าฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวไหลไปยังส่วนอื่นของใบหน้า เป็นได้จริงหรือไม่ ?

  •      1.ไม่ฉีดฟิลเลอร์ที่มีการอวดอ้างสรรพคุณ ว่าฟิลเลอร์ที่ฉีดให้เป็นแบบกึ่งถาวร หรือสามารถอยู่ได้นานเกินกว่า 5 ปี เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายเองได้ ฟิลเลอร์หากอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะเวลานานเกินไป อาจจะมีการเคลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นบนใบหน้าได้
  • เมื่อคนไข้จะฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษา-วิธีการสังเกตฟิลเลอร์ของแท้ยี่ห้อต่างๆ ที่สำคัญคือ ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และขอกล่องและหลอดกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานจะดีที่สุด
  1. ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีลักษณะโมเลกุลเล็ก มีความละเอียดเหมาะสมกับผิวหนังในบริเวณที่ต้องการฉีดแก้ไข เพราะถ้าฉีดฟิลเลอร์ชนิดที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไป จะไม่เหมาะกับผิวบริเวณที่ฉีด ส่งผลให้หนักและหน่วงผิว ทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่ ยังบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ (คนทั่วไปจะเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ไหล)
  • ดังนั้นคนไข้ควรปรึกษากับแพทย์ผู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์สูงเฉพาะทาง ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยเลือกฟิลเลอร์ให้เหมาะสม โดยเลือกฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลละเอียดกับผิวบริเวณที่ต้องการฉีด
  • หากเข้าใกล้กับความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ ละลาย จริงหรือไม่ ?
  • ความร้อนมีผลต่อการสลายของฟิลเลอร์จริง แต่ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่า บริเวณที่ได้รับการสัมผัสความร้อนโดยตรงและบริเวณที่ฉีดนั้นเกี่ยวข้องกัน เช่น คนที่เคยได้รับการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปริมฝีปาก และนิยมรับประทานของร้อนเป็นประจำ อาจมีส่วนทำให้ฟิลเลอร์บริเวณปากสลายไปได้เร็ว กว่าอายุของฟิลเลอร์จริง
  • สำหรับจุดอื่นๆบนใบหน้าส่วนมาก ยกเว้นบริเวณปาก มักจะไม่มีส่วนใดที่ได้รับการสัมผัสกับความความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน
  • การฉีด Filler ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล ?
  • โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเห็นผลชัดเจน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ จะอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน บางคนอาจจะทำน้อยหรือมากกว่านี้ขึ้นกับอายุ การดูแลผิว และการดำเนินชีวิต
  • ถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ฉีดอีก จะทำให้หน้ายิ่งเหี่ยวหนักกว่าเดิม จริงหรือไม่ ?
  • คำตอบคือ ไม่จริง เพราะฟิลเลอร์แท้จะสลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีผลทำให้ผิวหน้าเหี่ยวมากกว่าเดิม หากถ้าไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์ต่อเนื่อง ผิวก็จะกลับคืนสภาพเดิม แต่ยังดีกว่าเดิม
  • เนื่องจากฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ มีความชุ่นชื้น มีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ คอลลาเจนและอิลาสตินบริเวณนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วย ต่อให้ฟิลเลอร์สลายหมด คอลลาเจน และ
  • อิลาสตินของร่างกายก็ยังคงอยู่ แต่ที่มีการกล่าวว่า ถ้าไม่ฉีดต่อเนื่องจะทำให้หน้าเหี่ยวกว่าเดิม เป็นเพราะไม่คุ้นเคยกับลักษณะของผิวหน้าตัวเองในตอนที่ฟิลเลอร์สลายหมดแล้ว
  • หรืออาจเกิดจากลักษณะการใช้ชีวิต (lifestyle) ที่ไม่ดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น นอนดึก ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ออกกำลังกาย ตากแดด โดยไม่ปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดหรือกางร่ม รวมทั้งอายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • หลังจากฉีดฟิลเลอร์ต้องดูแลตัวเองอย่างไร แนะนำขั้นตอนการดูแลตัวเอง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อการฉีดฟิลเลอร์ที่มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น
  • การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
  • ข้อควรปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้
  • 1.ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือไปตากแดดร้อน ๆ เพราะอาจทำให้เกิดรอยแดงได้มากยิ่งขึ้นในบริเวณที่ฉีด ไม่ควรจับ ลูบคลำ นวด คลึง หรือปั้นให้เป็นรูปร่างเองในบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องการได้
  • 2.ภายใน 48 ชั่วโมง หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, การสูบบุหรี่, กรณีฟิลเลอร์      ริมฝีปาก ควรงดการดูดจากหลอดดูด และการจูบ
  • 3.ควรดื่มน้ำมากๆอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วง 4 วันแรกหลังการฉีด ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 1.5-2 ลิตรต่อวัน หรือ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ (น้ำ จะเข้าไปเติมเต็มและไปจับกับโมเลกุลของฟิลเลอร์ที่ฉีด ส่งผลให้คงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ทำให้การเติมฟิลเลอร์ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น)
  • 4.ภายใน 2 สัปดาห์ หลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำอุ่น หรือน้ำร้อนในบริเวณที่ฉีด งดเข้าอบไอน้ำ อบซาวน่า ทำเลเซอร์ ทำ RF หรือ ไอออนโต (Ionto)  เพราะการสัมผัสความร้อนเฉพาะจุด เป็นเวลานานอาจส่งผลต่อฟิลเลอร์ได้ ความร้อนในระดับที่สามารถสัมผัสได้ คือ ไดร์เป่าผม และแสงแดดที่ไม่แรงจ้าเกินไปได้ หลังจาก 2 สัปดาห์ขึ้นไป ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  • 5.หลังจาก 24 ชั่วโมง สามารถทาแป้งแต่งหน้า, ลง Concealer หรือ รองพื้นปกปิดบริเวณที่เขียวช้ำ หรือรอยแดงจากเข็มได้ตามปกติ
  • 6.เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ สามารถทำTreatment อื่นๆได้ตามปกติ (ยกเว้น Laser, Rf และ Ionto ต้องรอ 2 สัปดาห์)